ในรอบหลายๆเดือนที่ผ่านมาผมสังเกตว่ามี webblog ผุดขึ้นมายังกะดอกเห็ดเลยมันกันใหญ่เลย เราก็มามองว่าใครกันที่ได้ประโยชน์บ้างหว่า อึม.. มันสัมพันธ์ กันระหว่าง ผู้ต้องการ และ ผู้สนอง ก็อุปสงค์และ อุปทาน นะเอง
ผู้ต้องการมีเวบที่ง่ายๆโดยมีพื้นฐานทางคอมน้อยมากถึงมากที่สุดอย่างผมนี่ก็คนหนึ่งที่เป็นหนึ่งในผู้บริโภค เราก็มามองว่าเราได้ประโยชน์มากจากการมี blog อย่างไรหว่า
ได้ของเล่นมันๆ ที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการในการทำเวบที่มีความรู้เรื่องภาษาคอมน้อยสุดๆได้ครอบคุมเลยก็ว่าได้ แค่หาข้อมูลแล้วเขียนเรียบเรียงใหม่ นำไปแปะ(อะไรมันจะง่ายปานนั้น)
ประเดนมันอยู่ตรงนี้ครับท่าน เมื่อมันสามารถตอบสนองผู้บริโภคที่ต้องการมีเว็บไว้ใช้งานแบบง่ายๆนี่แหละ คนก็หันมาทำ blog กันใหญ่พอทำไปเรื่อยๆ มันก็เป็นกระแส ขนาดใหญ่ก็สังเกตจากการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆของ blog นี่แหละ เพราะใครๆเวลาทำออกมาแล้วก็ต้องการให้คนมาเยี่ยมชมผลงานของตน ตรงนี่แหละเป็นช่องทางสร้างรายได้
แน่นอนว่าผู้ให้บริการ blog ค่ายต่างๆ ต้องทำตลาดต่อยอด product แน่ อย่าง Google เองที่ร่ำรวยจากการ เป็น Search engine อันดับหนึ่ง ก็ออก Google Adword มาเพื่อรองรับการโฆษณา และออก Google Adsense มารับอีกที่หนึ่ง ไม่พอยังผลิต blogger ที่สังกัด blogspot.com ออกมารองรับการทำ blog และGoogle Adword หรือ Google Adsense อีกต่อหนึ่ง ด้วย
ในการหาข้อมูลก็ต้องอาศัยการค้นหา จากที่ต่างๆ แน่นอน Google เอาไปกินอีก
ทำให้มองเห็นภาพชัดเจน ว่ามันเป็นธุระกิจผูกขาดในตัว และเป็น กลวิธีที่มัดแน่นมาก ดิ้นยังไงก็ไม่หลุดเหมือนปากคอขวดเมื่อเทน้ำยังไงมันต้องผ่านออกทางปากคอขวด ในระยะยาวหากยังได้ประโยชน์จากการเทน้ำผ่านปากคอขวดอยู่ ขวดนั้นๆก็ยังคงปลอดภัยไม่โดนทุบแตก แต่ถ้าผู้บริโภคมีความกระหายต้องการน้ำอย่างบ้าคลั่ง ขวดก็อาจจะโดนทุบไปเลย เออ …..คล้ายๆกับสถานะการบ้านเมืองเราเลยนะ
อึม…….เป็นกรณีศึกษาสำหรับการตลาดในสมัยนี้มากทีเดียว