: สามจบคบไม่ได้
เป็นที่กล่าวกันแต่โบราณ(ผมก็ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้กล่าวเหมือนกัน) ว่าใครที่อ่าน “สามก็ก” ถึงสามจบ นี่ เป็นคนที่ คบไม่ได้ (ไม่ใช่อ่านแบบขอไปทีนะแต่เป็นแบบ วิเคราะห์เจาะแหลก) ด้วยเหตุที่ว่า
เรื่องจริงอิงนิยาย “สามก็ก”นี้ เป็นเรื่องราวที่ เกิดขึ้นจริงใน ช่วงปี คริสตศักราช 220-280 (ถ้าเป็น พ.ศ.ก็เทียบเอาเองนะ)ในยุคนั้นแผ่นดินจีนถูกแบ่งออกเป็นสาม คือ ตระกูลเฉา (โจโฉ) ตระกูลหลิว (เล่าปี่) ตระกูลซุน (ซุนกวน) ภายหลังถูกรวบรวมเป็นหนึ่งโดย ตระกูล(สุมา) ในเวลาต่อมา
และเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเสียดสีจักรพรรดิ จูหยวนจาง เปรียบเทียบล้อเลียนและยัดเยียดเป็นโจโฉ มีการนำไปเล่นเป็นงิ้ว และแปลจนเป็นที่แพร่หลายในเวลาต่อมา สำหรับในบ้านเราก็มีหลายฉบับทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน ) ฉบับวนิพก(ยาขอบ) ฉบับนายทุน (ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมทย์) และ ที่ฮ้อตเข้ากับกระแสสังคมอยู่ขณะนี้ ฉบับคนขายชาติ (เรืองวิทยาคม)
โดยทั้งหลายนั้นเป็นแง่มุนการดำเนินชีวิตโดยเปรียบเทียบกับสถานะการบ้านเมืองและสภาพเศรษฐกิจในยุคนั้นๆเป็นหลัก แลเป็นที่น่าแปลกไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานเท่าใด “สามก็ก” ก็ยังนำมาใช้ได้กับเหตุการณ์และยังทันยุคทันสมัยด้วย ที่เป็นเช่นนั้นน่าจะมาจากเรื่องราวในสามก็กที่ซึ่งเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม อุบายซ่อนกลต่างๆของตัวละคร เพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จ โดยมีความแตกต่างกันตามลักษณะนิสัยของตัวละครนั้นๆเป็นพื้นฐาน และที่ว่า “อ่านสามก็ก สามจบคบไม่ได้นั้น” น่าจะมาจากการที่เราซึมซับเอาตัวละครนั้นๆมาเป็นแบบอย่าง แล้วนำไปเทียบเคียงเหตุการณ์เลยแสดงออกมาเป็นพฤติกรรม หรือบางทีอาจช่วยทำให้วิเคราะห์ลักษณะนิสัยคน ตลอดจนนำเอาเล่ห์กลอุบายต่างๆที่มีในสามก็กมาปัดฝุ่นใหม่ บางคนก็ชอบเล่าปี่บ้าง ขงเบ้งบ้าง กวนอูบ้าง โจโฉบ้าง หรือตัวละครอื่นๆตามความชอบใจ เป็นที่กล่าวกันว่าในหลายๆเหตุการณ์นั้น เริ่มตั้งแต่การสาบานในสวนท้อ ได้มีการใช้ เล่ห์กล อุบายต่างๆในการแก้ปัญหามากมาย ทั้งภักดี อดทน อ่อนน้อม แข็งกร้าว เด็จเดี่ยว สะสม โจมตี ป้องกัน ล่าถอย และเหตุแห่งความพ่ายแพ้หรือความล่มสลาย จึงเป็นแบบอย่างในชีวิต “คน” โดยแท้ ในการคาดการณ์ว่าจะมีอะไรตามมาหลังจากเหตุการณ์หนึ่งผ่านไปนั้นจำต้องอาศัยการสั่งสมประสบการณ์ แล้วนำมาวิเคราะห์
ดั่งคำกล่าวว่า
“อย่าคิดการใหญ่ หากยังไม่ได้อ่านสามก็ก”การที่กล่าว ว่า “อ่านสามก็ก สามจบคบไม่ได้” ผมว่ามันน่าจะอยู่ที่ว่าใครเป็นผู้นำกลวิธีในสามก็กมาใช้มากกว่า สะเหมือนดั่งว่า “กระบี่ไม่มีตา มีดพร้าไม่รู้จักเจ้าของ”น้ำนองท่วมทุ่งผักบุ้งโหลงเหลง ผมเองก็ยังไม่เคยอ่านแม้ซักบรรทัดเดียวเลยจะคิดการใหญ่กับเขาบ้างได้หรือเปล่าเนี่ย 555….