สะกิด..:นั่งๆนอนๆ ดูทีวีเพลินๆ กับตลกในรายการหนึ่ง มีการพูดจายั่วยวน กวนบาทา หรือการทายปัญหา ที่ผู้ตอบต้องมีไหวพริบปฏิภาณพอตัวในการตอบ หรือแม้แต่การหักมุกกัน และยังมีการเฉลยนำทางมาให้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นตามมา ทำให้ผู้ชมลุ้นและติดตามชมอย่างมีอารมณ์ร่วม บ่อยครั้งมีการพูดจาเสียดสี บริภาษผ่ายตรงข้ามกันอย่างดุเดือด
ประเดนมันอยู่ที่การพูดจาเสียดสีโจมตีฝ่ายตรงข้ามตามใจชอบ โดยไม่ทำให้เสียมิตรภาพ นี่ซิสำคัญ
การพัฒนาความสัมพันธ์กับฝ่ายตรงข้ามในด้านการงาน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือแก่กันและกันให้มากขึ้นนั้น วิธีการข้างต้นก็มีการนำมาดัดแปลงใช้ให้เกิดผลในการติดต่อค้าขายได้
โดยทั่วๆไปการติดต่อสัมพันธ์ค้าขายนั้นไม่ว่าใครล้วนมักสงวนท่าที มีการหยังเชิง สังเกตแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ในตอนต้นๆนั้นมักไม่เปิดอกกันอย่างชัดเจนอย่างแน่นอน หรือที่เรียกกันในวงพนัน ว่า “กั๊ก” ไว้ก่อน ต้องทดสอบกันเป็นเวลานานจนพอแน่ใจก่อนแล้วจึงวางใจกันลงได้บ้าง ในสถานะการเริ่มแรกนั้น ผู้คนส่วนมากจะสวมหน้ากากเข้าหากัน ต่างคนต่างเกรงใจ มีพิธีรีตรองมาก และมันมักจะทำให้การงานไม่คืบหน้าอย่างเท่าที่ควร
หากตกอยู่ในสถานะการอย่างนี้ วิธีที่กล่าวมาข้างต้นคือ กล่าวถึงข้อพกพร่องของผ่ายตรงข้ามที่ได้จากการสังเกตให้ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกตัว โดยอาจใช้คำพูดที่สุภาพแต่ให้ผลชะงักทีเดียว
เช่นว่า “ขอโทษด้วยครับ ผมรู้สึกว่าคุณระมัดระวังตัวมากเกินไป”
คนทั่วไปมักได้ยินคำพูดไร้สาระประจบยกย่องเอาใจเสมอ พอได้ยินคำพูดตรงไปตรงมาเข้าให้มักเกิดความรู้สึกที่แปลกใหม่ มักนับถือและประทับใจในความตรงไปตรงมาของคุณ จนอาจคิดว่า “เอ้ามาไม้ไหนอีกละเนี่ย” หรือ “อึ้ม…ไอ้หมอนี่มันตรงไปตรงมาดีนะ”
แน่นอน ถ้าฝ่ายตรงข้ามรับฟังคำพูดของคุณไม่ได้ ก็แสดงว่าฝ่ายตรงข้ามนั้นใจแคบมาก ธุระกิจนี้แม้ไม่ได้ทำก็ไม่ต้องเสียใจเลย
เป็นเหตุผลที่สร้างความชอบธรรมได้อย่างลงตัว แต่นะครับแต่
การจะ สะกิด นั้นต้องเรียนรู้และใช้อย่างถูกกาลสถานที่นะครับเดี๋ยวจะกลายเป็น สะกิดซักนิด จะติด ต….ไป
July 5, 2007 at 5:42 pm |
แหม… ตั้งซื่อซะเสียวเลยนะเนี่ย