“ก็มัวแต่คิด ก็มัวแต่ฝัน ก็คงต้องพักก่อน มันคงไม่แน่นอน….”
ท่านผู้รู้เขาแนะนำไว้บางประการในการพิจารณาเริ่มต้นลงทุนทำธุรกิจหรืออะไรบางอย่างในเชิงการค้า
1. หาจุดเด่น หรือความมีเอกลักษณ์ของตนเอง
2. รู้จักแข่งขันด้วยการวิเคราะห์อนาคตว่าอะไรเป็นคู่แข่ง
3. ต้องวางแผนธุรกิจ
ทั้ง 3 ประการนี้นำมายำรวมกันแล้วมันก็จะออกมาเป็นแบบฉบับที่เหมือนในความต่างเป็นศาสตร์และศิลป์ ที่ผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัว ซึ่งจะนำไปสู่กระบวนการทางการตลาดที่ประสบผลสำเร็จ นั่นคือขายดีมีกำไรนะเอง
• อันดับแรก : การมองหาจุดเด่น หรือความมีเอกลักษณ์ของตนเอง คนทั่วๆไปมักเข้าใจว่าจุดเด่น หรือ เอกลักษณ์ของตนเอง คือ ความแตกต่างที่ไม่มีใครเหมือน หรือ มีเฉพาะตนเท่านั้น ซึ่งมันเป็นความเข้าใจที่คลาเดเคลื่อนจากความเป็นจริงอยู่ทีเดียว จริงๆแล้ว การมีเอกลักษณ์มิได้หมายถึงความแตกต่างหรือไม่มีใครเหมือน อย่างที่เข้าใจกัน เอาอย่างนี้ดีกว่ากรณี ขายก๋วยเตี๋ยวนี่แหละง่ายๆแต่ได้ใจความ ในความเหมือนก็มันคือก๋วยเตี๋ยว ตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงคนแก่ใครๆก็รู้จัก จุดเด่นหรือเอกลักษณ์ ก็ขายโดย ดารานางแบบ หรือ มีสูตรรสเด็จ อย่าง ลูกชิ้นเต็กกอ หรือ บริการสั่งอาหารผ่านคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ดังนั้นจะเห็นได้ว่า จุดเด่นหรือเอกลักษณ์ ในที่นี้ก็คือ ความสามารถเฉพาะตัวที่นำมาประยุกต์ใช้นั่นเอง
• อันดับสอง : รู้จักแข่งขันด้วยการวิเคราะห์อนาคตว่าอะไรเป็นคู่แข่ง ในข้อนี้เป็นการมองว่าต่อไปจะมีคู่แข็งในด้านนี้อย่างไร เป็นการป้องกันการเลียนแบบสินค้าไปในตัวด้วย หรือง่ายๆคือเป็นการนำข้อแรกมาใช้นั่นเอง
• อับดับสาม : ต้องวางแผนธุรกิจ ในข้อสุดท้ายนี้ เป็นการนำทั้งสองข้อมายำรวมกัน แยกย่อยออกเป็นสามระยะ ปัจจุบันเราอยู่ที่ใดในวงจร อนาคตต้องการจะไปที่ใด ทำอย่างไรจึงจะถึง ซึ่งทั้งสามส่วนอาจนำเอาหลัก SWOT มาใช้ ร่วมด้วย
S จุดแข็ง มีทักษะความชำนาญหรือประสบการณ์อย่างไร
W จุดอ่อน เงินทุน ทำเลที่ตั้ง ราคาที่เหมาะสม
O โอกาส มีแหล่งวัตถุดิบ หรือช่องทางจำหน่ายอย่างไร
T อุปสรรค์ ลูกค้ามีความจงรักภักดียี่ฮ่อหรือเปลี่ยนแปลงง่าย
ทั้งหลายนี้ เป็นเรื่องที่ต้องวางแนวทางสำหรับขยายงานอนาคตไว้ และเพื่อป้องกันการเจ็บตัวเมื่อลงลุยในสนามรบแล้ว ดังที่เขาว่ากันว่า “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” แต่ที่สำคัญสุดๆขาดมิได้เลยคือ ลงมือลุยนะซิจ็ะ
ฮึม…หรือขี้เกียจไม่รบดีหว่า..!