:ฝันอย่างไร ให้ชีวิตสดชื่น

By suwat

“ฝันไกลเพียงใด ต้องไปให้ถึง ชีวิตของเธอจึงจะมีความหมาย “
ความฝัน คือ ความรู้สึกเราที่สามารถจดจำและนึกถึงได้เพราะฉะนั้น ความฝัน คือความรู้สึกของแต่ละคนที่จะมีความต้องการที่แตกต่างกันไป โดยขึ้นอยู่กับประสบการณ์ในชีวิต ในเมื่อร่างกายคนเรามี อาหาร อากาศ น้ำ เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงร่างกาย ฉะนั้น จิตใจของคนเราจึงต้องการความฝันเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงจิตใจ เรามาช่วยกันสร้างความฝันในใจของเรากันดีกว่าไหมครับ
ประโยชน์ของความฝัน

” คนช่างฝัน หรือ รางวัลแด่ความฝัน” เป็นเพลงที่พวกเราอาจเคยได้ยิน ปัจจุบันเด็กไทยเราขาดความฝันจะเห็นได้ว่าความฝันได้หายไปจากเด็กไทยเป็นส่วนใหญ่ พอความฝันหายไป ความทะเยอทะยานก็จะหายไปด้วย ชีวิตก็ขาดทิศทาง ขาดความภาคภูมิใจในตัวเอง

เรามาเรียนรู้ร่วมกันในความฝัน ผมจะรวมหมดทุกอย่างเลยนะครับ ทั้งฝันในขณะนอนหลับ ฝันกลางวัน ฝันแบบจิตนาการ ฝันแบบมีเป้าหมายแบบสูงสุด โดยเรียงจากส่วนลึกถึงเป้าหมายสูงสุด

ฝันแบบนอนหลับฝัน

เป็นการตอบสนองความต้องการภายใต้ส่วนลึกของจิตใจของคนเรา ผมจะขยายความธรรมชาติของการนอนหลับฝัน ในช่วงที่ผมตรวจคนไข้ ผมเคยมีคนไข้อยู่คนหนึ่งที่ชอบมาหาผมและขอให้ผมสั่งยานอนหลับฝันดีให้เขาด้วย ซึ่งจริงๆ แล้วผมสั่งยากล่อมประสาท ยาคลายเครียดให้ และเผอิญโชคดีที่คน คนนั้นได้รับยาคลายเครียดแล้วสมองเกิดการฝัน และเป็นฝันดี เขาเลยชอบ ผมยังอิจฉาเขาเลยว่าใครก็ตามที่ฝันดีในสนุก ชีวิตก็มีความสุขไปกว่าครึ่งของชีวิต ธรรมชาติของการนอน ถ้าใครสังเกตคนที่นอนหลับ การหลับของคนจะมีอยู่ 2 ช่วง

- ช่วงแรก ช่วงที่ตาของคนหลับจะกลอกไปมาช้าๆ ร่างกายอาจจะมีการเคลื่อนไหวเล็กน้อย จะกินเวลาประมาณร้อยละ 80 ของเวลานอน

- ช่วงหลัง ช่วงของคนที่หลับจะกลอกไปมาเร็วๆ ร่างกายอาจจะมีการตอบสนอง เช่น ใจเต้นเร็ว หายใจถี่ จะกินเวลาร้อยละ 20 ของการนอน ช่วงนี้คือ ช่วงของความฝัน หลายท่านก็จะยิ้มอย่างมีความสุข

ผมจะเล่าประการณ์ของผมช่วงนั้นผมเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย เราอยู่หอพักซึ่งจะมีห้องพักเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 ห้องนอน 1 ห้องน้ำรวม ขณะที่ผมนั่งสนทนากับเพื่อนๆ อีกหลายคน มีเพื่อนอยู่คนหนึ่งเรียกกันว่า “ไอ้ขน” เพราะตัวเขามีแต่ขนทั้งตัว ไอ้ขนเป็นคนหลับง่ายมาก ขณะที่เรานั่งคุยกันอยู่ 4-5 คน ไอ้ขนก็หลับกรนครอกๆ สักพักทุกคนเงียบกริบ เพราะ ไอ้ขนกำลังหลับ ได้ยินเสียง “โอ้ โฮ้… จุ๊ จุ๊ จุ๊…” แล้วก็ยิ้ม ทุกคนหันไปมองไอ้ขนแล้วก็ถามกันว่า ไอ้ขนกำลังฝันเห็นอะไร ยากที่จะเดากัน และทุกคนก็อิจฉาวา ไอ้ขนต้องเห็นอะไรดีๆ และถูกใจแน่นอน

เรื่องของการนอนหลับและฝัน เป็นเรื่องที่นักวิทยาศาสตร์ นักไสยศาสตร์ นักจิตวิทยา นักอะไรต่ออะไรพยายามค้นคว้ากัน แต่ก็ไม่มีข้อสรุปอะไรที่ชัดเจนว่าเป็นอย่างไรกันแน่ แต่ทุกคนก็ต้องยอมรับด้วยเหตุผลได้ไว้เป็นข้อๆ เพื่อประโยชน์ของทุกๆ ท่าน และเป็นความรู้พื้นฐานในการนำไปใช้กับเรื่องอื่นๆ

1. ความฝันกับละเมอ อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับมากนัก

2. จิตที่กังวลเรื่องบางเรื่องจะนำไปสู่ความฝันได้

3. อาหารในท้องหรือความไม่สบายในอวัยวะภายใน เป็นการกระตุ้นทำให้เกิดความฝันมากขึ้น

4. คนที่จำความฝันได้มากและชัดเจนมักจะเป็นคนที่มีสมาธิดี

5. คืน คืนหนึ่งฝันได้หลายเรื่องบางครั้ง 5-6 เรื่อง และเรื่องที่จะจำได้คือเรื่องท้ายๆ

6. มักจะฝันในเวลาที่ใกล้สว่างคือ ช่วยท้ายของการนอน

7. ท่าที่นอนหรือสิ่งแวดล้อมที่เรานอน อาจจะเป็นเครื่องที่กำหนดความฝันได้ เช่น เสียงนาฬิกาดังต๊อกๆ ตลอดเวลา อาจจะกลายเป็นฝันถึงเหตุการณ์ที่มีระเบิดเวลามาเกี่ยวข้อง หรือหากอากาศหนาว อาจจะฝันถึงเวลาที่กำลังว่ายน้ำที่เย็นยะเยือกก็ได้

8. ส่วนที่เราขาดในชีวิตปกติมักจะออกมาทดแทนในความฝัน เช่น ฝันเห็นคนรักที่ตายจากไป ฝันที่ร่ำรวยทั้งที่ยากจน ฯลฯ

9. ฝันที่อธิบายและหาเหตุผลไม่ได้ เช่น ฝันถึงพระพุทธเจ้า ฝันถึงแม่ที่ตายไปแล้วมาบอกเรื่องราวต่างๆ ฯลฯ

หากจะสรุปความฝันในทางการแพทย์ออกเป็นกราฟง่ายๆ ให้เข้าใจถึงเรื่องคลื่นสมองของการนอนหลับ อาจเขียนได้ดังนี้

ในเวลานอนสมองคนเราได้พักก็ต่อเมื่อ

การนอนอาจจะไม่ใช้คำตอบของการพักผ่อนสมองจริงๆ แต่เป็นการพักผ่อนร่างกายเท่านั้น เพราะการนอนสมองยังคงทำงานต่อไป ยิ่งถ้าคนไหนนอนหลับแล้วฝันร้ายยิ่งแย่เข้าไปใหญ่เลยนั้นหมายถึง การนอนมิใช่การพักผ่อนเสียแล้ว การเป็นการทำงานในอีกมิติหนึ่ง

เครื่องวัดคลื่นสมอง เป็นเพียงเครื่องมืออันหนึ่งเท่านั้น ขณะวิทยาการก้าวหน้าขึ้นไปมาก มีเครื่องมือที่สามารถแปลงคลื่นรวม ให้กลายเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แล้วมาบังคับเครื่องมือได้ ผมเคยทดลองเครื่องมือคล้ายๆ แบบนี้ พอเราคิดอะไรมากๆ กราฟของสมองจะเป็นอีกอย่าง เราเรียกเครื่องมือนี้ว่า เครื่องมือออกกำลังสมอง คล้ายๆ เครื่องออกกำลังกาย Brain Enhance Engine เราเชื่อว่าในประเทศหลายประเทศผลิตเครื่องมืออ่านความฝันได้แล้ว แต่ยังไม่สามารถที่จะนำมาใช้ประโยชน์อย่างชัดเจน
จากการศึกษา สังเกต และพยายามอ่านหนังสือหลายๆ เล่มเพื่อให้เข้าใจในความฝัน ผมบันทึกการสังเกตของผมไว้ในสมุดบันทึกของผม สามารถสรุปได้ดังนี้

หากมีอาการแน่นท้อง จะมีโอกาสฝันมาก

หากมีความกังวลเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จะมีโอกาสฝันมาก

เหตุการณ์ที่มากระทบใจของเราในช่วงเวลา 18.00 น. ถึง 20.00 น. จะกลายเป็นความฝันได้ง่ายกว่าช่วงอื่นๆ

ฝันบางเรื่อง อธิบายไม่ได้เข้าใจว่าเป็นเรื่องนอกเหนือเหตุผล เช่น จิตวิญญาณ ลางบอกเหตุ ฯลฯ

จากการศึกษาและความรู้ด้านการแพทย์ ผมสังเกตว่า คนที่มีสุขภาพดีมักจะในดี คนเจ็บป่วยมักจะฝันร้าย เคยมีการทดลองให้คนนอนหลับ พอเริ่มเข้าสู่ระยะตากรอกไปมาเร็วๆ เราก็ปลุกให้ตื่น คนคนนั้นจะตื่นขึ้นมาแบบนอนไม่พอ คือ งัวเงีย แต่ถ้าคนไหนมีช่วงเวลาของการนอนที่ตากลอกไปมาเร็วๆ มีเวลานานขึ้น คนคนนั้นจะรู้สึกนอนอย่างเพียงพอ ผมมีข้อเสนอแนะในการนอนที่ต้องถูกจำกัดเวลาให้เหลือน้อย(แต่พอตื่นขึ้นมาแล้วเหมือนนอนนาน) ที่มาจากการสังเกตของผมเอง ตอนนอนช่วงเวลาก่อนนอนหลับ ลองกลอกตาเร็วไปมาหลายๆ ครั้ง จนกว่าจะหลับ ท่านจะใช้เวลานอนน้อยลง โดยมีความรู้สึกที่นอนอิ่มเพียงพอ ที่เป็นการสังเกตของผมเองนะครับ ท่านใดลองทำแล้วได้ผลประการใด ลองเขียนมาเล่าสู่กันฟังบางนะครับ ผมต้องเรียนท่านผู้อ่านว่าในเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่อ่านเป็นเชิงบันเทิงคดี คงยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนและเป็นเอกสารอ้างอิงในเชิงวิชาการไม่ได้ เพราะเป็นเพียงหัวข้อสังเกต

ความฝันกับการใช้ประโยชน์

จากความรู้ทั้งหมดที่ผมได้สังเกตอ่าน ทดลองทำบางส่วน จะเป็นหัวข้อที่นำมาใช้ประโยชน์กับตนเองให้ได้

1. การเตรียมตัวก่อนนอน

-ไม่ควรนอนดึก

-ไม่ควรบริโภคอาหารมากๆ ก่อนนอน

-ถ้ามีเวลานอนน้อยลงลองเรียนแบบการนอนแบบกรอกตาไปมาเร็วๆ จะช่วยลดความงัวเงียลงได้

-การทำสมาธิก่อนนอนเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของการพักผ่อนง่ายๆ หัดหายใจเข้าออกลึกๆ อย่างช้าๆ ประมาณ 3 นาที ก่อนหลับ

2. การแก้ฝันร้าย

หากฝันร้ายจนตื่น ควรลุกขึ้นจัดการกับความไม่สบายใจในท้อง สังเกตได้ว่าส่วนใหญ่จะท้องอืด อาจจะมาจากการดื่มน้ำอัดลมมาก ดื่มเหล้า ควรหายาลดลมในกระเพาะ หรือดื่มน้ำขิงอุ่นๆ สักแก้ว จะทำให้การฝันร้ายกลายเป็นการฝันดี

3. หาประโยชน์จากการฝัน

พอตื่นขึ้นมาท่านทดลองจดบันทึกว่าฝันอะไรบ้างและนึกย้อนไปในเวลาก่อนนอน ว่าท่านเกี่ยวข้องกับอะไร ท่านอาจจะได้ยานอนหลับฝันดี หรือสามารถบังคับความในที่สนุกๆ ก็ได้

คนเราฝันแล้วจำได้อยู่ประมาณ 1-2 ชั่วโมงหลังตื่น จากนั้นจะลืม ที่สำคัญทุกคนต้องฝัน แต่จะจำได้หรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ในส่วนใหญ่เป็น ขาวดำ บางครั้งเป็นภาพสี ( ซึ่งมีความเป็นไปได้น้อย) ความฝันที่เป็นภาพสีมากๆ แสดงถึงสภาวะสมาธิในคนคนนั้นดีมาก

ความฝันเป็นทางออกของชีวิตเราทางหนึ่ง ไม่ผิดถ้าท่านจะฝันอย่างไรเป็นโลกส่วนตัวของท่าน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเรียนรู้ หรือค้นคว้าหาวิธีใช้ประโยชน์จากฝันกันได้อย่างไร แต่อย่าไปพยายามตีเป็นตัวเลขเพื่อซื้อล็อตเตอรี่เลยนะครับ เพราะเป็นหนทางแห่งอบายมุข แต่ถ้าเราสนใจความฝัน จะเป็นการมองตัวเองออก และจะรู้ว่าจะจัดการกับตัวเองอย่างไร

ความฝันในเวลาหลับ คือ ธาตุแท้ของมนุษย์คนนั้น ถ้าเราเข้าใจธาตุแท้ของเรา เราจะได้จัดการกับตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ฝันกลางวัน

การฝันกลางวัน เป็นกลไกป้องกันทางจิตใจขิงมนุษย์ ทุกคนมีความต้องการทางด้านร่างกายและจิตใจที่แตกต่างกัน การในกลางวันเป็นการตอบสนองความต้องการของคนในระดับที่ตนเองรับรู้ความรู้สึกต่างๆ ได้ คล้ายเป็นการอตบสนองความขาดแคลนในชีวิตปกติของเรา การฝันกลางวันมีบ้างก็ดีแต่ถ้ามีมากเกินไปก็เป็นอันตรายได้ เช่นเราอยากได้รถใหม่ เราก็จะนึกถึง ถ้าเราตัดสินใจที่จะซื้อ TOYOTA D4D น่าจะประหยัดน้ำมันแต่เสียดายที่ไม่มีเกียร์ออโต ส่วนรถ MISUBICHI มีเกียร์ออโต แต่เป็นเครื่องไม่ใช่ Mulit Value ถ้าขับคงสบายแต่เปืองน้ำมันมากกว่าถ้าเรามีรถน่าจะเอาที่มีหลายที่นั้งจะได้ไปด้วยกันหลายๆ คน หรือทั้งครอบครัว จะได้ไปเที่ยวด้วยกันทั้งบ้านและน่าจะมีเต้นอาหารในรถเพื่อที่จะค้างแรมในรถได้ ฯลฯ

ผมว่าทุกคนมีสิทธิที่จะฝันกลางวัน ยิ่งวันที่ล็อตเตอรี่ออกหลายคนฝันไปไกลมาก หากฝันมากเกินไปคงแย่แน่ๆ เพราะจะกลายเป็นเพ้อฝัน

เรื่องฝันกลางวันผมจะยังคงไม่ขยายความมาก เพราะเป็นกลไกการปรับจิตใจของมนุษย์อยู่แล้วขอเพียงแต่อยากเตือนทุกๆ ท่านว่าอย่าในกลางวัน หรือเพ้อฝันมากเกินไป ปัญหาอื่นๆ จะตามมามากมาย

ฝันแบบจินตนาการ

หัวข้อนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากจะสื่อสารกับท่านผู้อ่านมากๆ คนที่จะจินตนาการได้ย่อมมีการฝึกฝนเฉพาะตัว และคนในสังคมไทยต้องการคนที่มีจินตนาการ ถ้าบ้านเมืองเรามีคนประเภทนี้มากๆ รับรองประเทศไทยไปรอดได้แน่ๆ

บุคคลในระดับศาสดาของโลกทุกคนฝันและมีจินตนาการ พระพุทธเจ้าท่านเห็นคน เกิด แก่ เจ็บ ตาย และการแย่งชิงอำนาจกัน รบรา ฆ่าฟัน อำนาจมีอยู่เดี๋ยวก็หมดไป ท่านเคยฝันว่า ทำอย่างไรจึงจะไม่ต้อง เกิด แก่ เจ็บ ตาย อยู่ในกองทหาร ถึงจะเป็นมหาจักรพรรดิ์ก็คงไม่สามารถบังคับทั้งโลกให้พ้นทุกข์ได้ท่านจึงฝันว่าน่าจะมีหนทางพาท่านพ้นทุกข์ได้ ท่านจึงจินตนาการ ผลในที่สุดท่านก็มีหนทาง

จะเห็นว่า พอท่านฝัน ท่านจึงจินตนาการ และในที่สุดท่านก็พบหนทางพ้นทุกข์ ที่เกิดจากจินตนาการในเบื้องต้นทั้งนั้น ถ้าใครสังเกต ในหลวงของเราจะทรงถือแผนที่และเสด็จพระราชดำเนินไปตามป่าเขาลำเนาไพรในหลวงท่านทรงมีจินตนาการว่าถ้าตรงนั้นมีเขื่อนกั้นน้ำหรือเป็นทะเลสาบ พื้นบริเวณใดควรทำนา พื้นที่บริเวณใดควรเป็นพื้นที่ทำสวน บริเวณใดควรเป็นที่อยู่อาศัย นั้นคือในหลวงท่านทรงมีจินตนาการไว้และทรงพยายามทำตามที่พระองค์ท่านจินตนาการ

สำหรับหัวข้อฝันในแบบจินตนาการนี้ ผมจะเอาความรู้ทางด้านการแพทย์มาเกี่ยวข้องด้วย เพราะเกี่ยวข้องกับเรามาก และมีการพิสูจน์ทางสิทยาศาสตร์ได้
เราได้ศึกษาความรู้เกี่ยวกับสมองมาพอสมควร แต่ก็ยังไม่ทราบการทำงานของสมองได้หมดทุกเรื่อง เพราะสมองคนเรามีความละเอียดสลับซับซ้อนอย่างมาก สมองของคนเราแบ่งออกได้เป็น 4 ส่วน

1. สมองส่วนหน้า ขนาดใหญ่ที่สุด

2. สมองส่วนหลัง ขนาดเล็กอยู่ด้านหลัง

3. สมองส่วนกลาง และก้านสมอง

4. ไขสันหลัง

สมองส่วนหน้า

มีคนบอกว่าคนใดมีหน้าผากใหญ่ โหนกๆ จะฉลาด น่าจะเป็นความจริงส่วนหนึ่ง บริเวณสมองด้านหน้าคล้ายศูนย์บัญชาการของคน ความนึกคิดสร้างสรรค์สมองจะแบ่งออกดเป็น 2 ซีก

ขวา -ควบคุมความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ ปรัชญา วิสัยทัศน์ และความฝัน ความคิดนอกกรอบ (การเชื่อมโยงและความรู้สึกต่างๆ)

ซ้าย -ควบคุมความรู้ (หน่วยความจำ ตรรกะ รายละเอียด กฎ ระเบียบ (จดจำสิ่งต่างๆ)

ทุกอาชีพต้องอาศัยสมองซีกซ้ายและซีกขวาร่วมกัน ถ้าคนใดมีสมองซีกขวาเด่นจะเป็นคนที่มีจินตนาการสูง เข้าใจความเชื่อมโยง ถ้าคนใดมีสมองซีกซ้ายเด่นจะเป็นคนเจ้าระเบียบ ว่ากันตามตัวหนังสือ ตัวท่านเองสมองซีกไหนเจริญกว่ากัน ประเมินเองแล้วกันนะครับ

สมองส่วนหลัง

ทำหน้าที่ประสารการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ทำให้เราเดินได้เต้นรำได้ เล่นกายกรรมได้ เป็นการประสารการเคลื่อนไหว สัตว์ที่สมองส่วนนี้ไม่ดีจะเคลื่อนไหวแบบคล้ายหุนยนต์ แมวเป็นสัตว์ที่เคลื่อนไหวได้นุ่มนวลมาก หากเราจับแมวหงายหลังลงกับพื้นแมวจะกลับตัวได้เร็วมาก นั่นแสดงว่าสมองส่วนหลังของแมวทำงานประสารงานได้ดีมาก

สมองส่วนกลางและก้านสมอง
เป็นศูนย์รวมของการควบคุมจุดตายของคน การเต้นของหัวใจ การหายใจ ความหิว ความอิ่ม ระบบประสาทอัตโนมัติ ฯลฯ เปรียบเสมือนจุดเป็นจุตายของคนเราอยู่ที่นี่

ไขสันหลัง

เป็นเส้นทางลำเลียงข้อมูล การควบคุมระบบต่างๆ ของร่างกาย และเชื่อมต่อกับสมอง
ความรู้เรื่องเป็นสมองเป็นเพียงความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ในปัจจุบันวิทยาศาสตร์เปรียบเทียบสมองเหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ หากถามว่าแล้วใครเป็นคนเปิดเครื่อง ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ล่ะครับ สมองคือเครื่องมือไม่ใช่สิ่งมีชีวิต คงมีอะไรอีกอยางที่มาควบคุมเครื่องมือ จะเรียกว่าอะไรก็ได้ วิญญาณ ชีวิต ดวงจิต ฯลฯ ก็แล้วแต่จะเรียกกันครับ

การฝึกจินตนาการ

คนที่อ่านหนังสือมากๆ จะจินตนาการเก่ง เพราะตัวหนังสือเป็นการสื่อสารให้คนรู้จักจินตนาการ สำหรับภาพยนต์ที่มีออกมาให้ชมกันนั้น เป็นการสร้างจินตนาการให้ออกมาเป็นภาพ การฝึกจำภาพ ทดลองมองอะไรแวบเดียวแล้วลองมานึก จะทำให้การจำเป็นภาพได้เก่ง พอจำภาพได้เก่งจะเอาภาพมาต่อๆ กัน ทำให้จินตนาการได้ไกลเพิ่มขึ้น เพราะคนที่จะฝันจินตนาการได้ชัดเจนต้องเห็นเป็นภาพ

วันหนึ่งผมเดินออกไปที่โล่งๆ บริเวณบ้านผมที่มีเนื้อที่ 2 ไร่ครึ่ง ผมนั่งลงตรงกลางที่ว่างแล้วจินตนาการ ถ้าเกิดเป็นบ้านขึ้นมา หน้าบ้านมีสระน้ำ ข้างๆ สระน้ำมีศาลาเป็นศูนย์รวมของบ้าน มีต้นไม้ใหญ่บังร่มเงาให้ร่มเย็น ฯลฯ พอผมจินตนาการ แล้วผมก็เริ่มดำเนินการกลายมาเป็นบ้านผม
ทุกคนควรจะต้องคิดฝัน จินตนาการ โดยอาศัยสมอง ประสบการณ์ แต่ต้องอย่าลืมคุณธรรมด้วย ไม่อย่างนั้นอาจจะกลายเป็นโจรได้

ฝันแบบเป้าหมายสูงสุด

ทุกคนควรจะมีการฝันแบบเป้าหมายสูงสุด คือ การมองภาพรวมของชีวิตว่าเราเกิดมาทั้งทีควรจะทำอะไรให้เกิดประโยชน์และสร้างสิ่งที่ภาคภูมิใจในตนเองและลูกหลานต่อไป

อยากทราบไหมครับ ว่าความฝันแบบเป้าหมายสูงสุดของผมนั้นคืออะไร เมื่อผมตายไป ผมอยากให้มีคนพูดถึงผมในทางที่ดี และผลกรรมที่ผมทำได้มีผลต่อเนื่องไปถึงลูกหลานในทางที่ดี ให้นามสกุลของผมเป็นนามสกุลที่คนทั่วไปยอมรับว่าเป็นกลุ่มคนที่ดีของสังคม นี่คือความฝันแบบเป้าหมายสูงสุดของผมครับ หรือฝันแบบเป้าหมายสูงสุดที่ผมมองอีกอย่างคือ การที่ตัวผมทำประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ แม้ตายก็ยอม คงเป็นความฝันสูงที่สุดของผมด้วย

มาถึงช่วงสุดท้ายของบทความ ผมจะสรุปคร่าวๆ อีกครั้งเพื่อให้เข้าใจว่า ธรรมชาติของความฝันมี 4 แบบ คือ ฝันจากการนอนหลับ ฝันกลางวัน (เพ้อฝัน) ฝันแบบจินตนาการ และฝันแบบเป้าหมายสูงสุด เมื่อเข้าใจแยกแยะได้แล้ว ควรนำความรู้มาใช้ประโยชน์ต่อตนเองและสังคม สุดท้ายจึงควรหาวิธีการที่จะพัฒนาความฝันของเราให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะอาหารของจิตใจคือ ความฝัน ถ้าจิตใจได้อาหารที่ดี มีคุณภาพก็จะมีจิตใจที่เข้มแข็ง แข็งแรง และจะคุมร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพและเราควรจะมีชีวิตที่ดีงามต่อไป

คัดลอกตัดตอนมาจาก
www.clinicrak.com

One Response to “:ฝันอย่างไร ให้ชีวิตสดชื่น”

  1. http://www.preor.co.cc Says:

    ขอบคุณครับ

Leave a Reply